รีวิวมือถือ vivo X70 5G และ vivo X70 Pro 5G การกลับมาของสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปจาก vivo ที่มาพร้อมคุณภาพกล้องระดับสูง Co-Engineered ร่วมกับแบรนด์เลนส์ระดับตำนานอย่าง ZEISS โดยในรุ่นนี้จะมาพร้อมเลนส์ ZEISS T Coating นอกจากภาพจะสวยสดใสแล้ว ยังช่วยลดการเกิด Ghosting และ Stray Light ในเวลากลางคืน

และในรุ่นนี้ยังมาพร้อมชิปประมวลผลภาพ V1 ISP ที่ทางวีโว่พัฒนาขึ้นมาเองอีกด้วย มาพร้อมกล้องครบทุกช่วง รวมทั้งในรุ่นท็อปมาพร้อมเลนส์ Periscope Telephoto ช่วยให้สามารถถ่ายภาพซูม Optical ได้สูงสุด 5x และ Digital Zoom ได้สูงสุด 60x แถมยังมาพร้อมโหมดถ่ายภาพบุคคลที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS และลูกเล่นการถ่ายภาพที่อัดแน่นมาอย่างมากมาย สมกับเป็นสมาร์ตโฟนที่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถถ่ายภาพได้สวยงามระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ที่ผมประทับใจมากๆ ก็คือระบบกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0 คุณภาพดีที่สุดในตอนนี้ รองรับทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ แบรนด์ที่พัฒนาในเรื่องของการถ่ายภาพอย่างก้าวกระโดดที่สุดหนีไม่พ้นวีโว่จริงๆครับ ถ้าจะบอกว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนที่มีกล้องดีที่สุดในโลก ก็ไม่เกินเลยจริงๆ

นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะดุดตากับเทคโนโลยี Fluorite AG ผิวสัมผัสด้านและสากมือช่วยให้กันลื่น และไม่เกิดรอยนิ้วมือ หรือคราบสกปรกเลยครับ และยังเปร่งประกายสวยงามเหมือนประกายของหินแร่ หรือผ้ากำมะหยี่ งดงามมากๆ ในส่วนสเปคก็น่าสนใจมากๆครับ มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1200 5G ที่ได้รับการพัฒนามาเป็นพิเศษเพื่อ vivo X70 Series 5G โดยเฉพาะ รองรับ WiFi 6 และมาตรฐานชาร์จเร็ว vivo FlashCharge 44W จะน่าสนใจขนาดไหนมาดูกันเลยครับ

สำหรับวันนี้เราจะมาเก็บภาพสวยๆ กับ น้องบิว นางแบบของเราวันนี้ ที่ร้าน เฌอริ คาเฟ่ (che’rie cafe bkk) อาร์ทคาเฟ่ที่มาในธีมโลกแห่งเวทมนต์ แฟนๆ Harry Potter ไม่ควรพลาดเลยครับ ร้านน่ารัก แถมเครื่องดื่มและขนมสวยงามเหมาะกับสายถ่ายภาพ ส่วนรสชาติก็ดีมากๆ อีกด้วย

vivo X70 5G และ vivo X70 Pro 5G รองรับสัญญาณ 5G Dual Mode ทั้ง SA & NSA จากการทดสอบใช้งาน 5G แถวชานเมืองสัญญาณแรงดีมาก ใช้งานได้ทุกที่เลยครับ ล่าสุดตอนนี้ 5G ทุกเครือข่ายพร้อมให้บริการทั่วกรุงเทพฯ และแถบชานเมือง รวมไปถึงหัวเมืองใหญ่ๆ เรียบร้อยแล้ว และมีความพร้อมที่จะครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป

แบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh รองรับชาร์จเร็ว vivo FlashCharge 44W
vivo X70 Pro 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh รองรับชาร์จเร็ว vivo FlashCharge 44W จากการทดสอบแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ครบวันครับ สำหรับการใช้งานปกติ แต่ถ้าเล่นเกมหรือชื่นชอบการถ่ายภาพผมว่าไม่ไหว จะต้องหาที่ชาร์จระหว่างวัน ไม่ก็ควรจะพกพา Power Bank นะครับ

ดีไซน์สวยงามกว่าที่เคย โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Fluorite AG
vivo X70 5G และ vivo X70 Pro 5G มาพร้อมดีไซน์ฝาหลังที่สวยงามมากๆเลยครับ มาพร้อมเทคโนโลยี Fluorite AG ฝาหลังมีผิวสัมผัสด้าน ไม่ก่อให้เกิดคราบสกปรก มีให้เลือกทั้งสีดำที่สื่อถึงความกว้างใหญ่ของจักรวาล ดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ส่องแสงระยิบระยับทำให้คุณรู้สึกถึงพลังอันแท้จริงของธรรมชาติและชีวิต Cosmic Black และสีของแสงออโรร่าบนท้องฟ้าในช่วงเวลารุ่งอรุณ ความงดงามที่แม้ช่วงเวลาจะสั้นแต่ก็มีความหมายอย่างลึกซึ้ง Aurora Dawn (คอนเซ็ปต์ของวีโว่ช่างอลังการมากๆเลยนะครับ) มาพร้อมกล่องสีดำสุดหรู โดดเด่นด้วยโลโก้ Zeiss อุปกรณ์ในกล่องจะมีดังนี้

-ตัวเครื่อง Vivo X70 Series 5G ติด Film มาให้ตั้งแต่แกะกล่อง
-อะแดปเตอร์ vivo FlashCharge 44W
-สาย USB Type-C
-หูฟังแบบ In-Ear
-จุกยางหูฟัง 3 ขนาด
-เคสใส
-เข็มจิ้มซิม
-คู่มือ

vivo X70 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2376 pixels (398 ppi), Refresh Rate 120Hz, HDR10+ ส่วน vivo X70 Pro 5G จะเลือกใช้หน้าจอโค้งดูพรีเมี่ยม LTPS AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2376 pixels (398 ppi), Refresh Rate 120Hz, HDR10+ เป็นหน้าจอที่สวยมากๆทั้งคู่เลยครับ แถมยังรองรับ Refresh Rate สูงทำให้ลื่นตา และเหมาะกับการเล่นเกม ความสว่างสูงใช้งานกลางแจ้งได้สบายๆ พร้อมกล้องหน้า Ultra O Screen ความละเอียด 32MP บันทึกวีดีโอความละเอียด Full HD 1080P

Vivo X70 Series 5G มาพร้อมดีไซน์กล้อง Cloud Valley ออกแบบเลนส์กล้องอยู่ในแผ่นกระจก ช่วยให้ทำความสะอาดเลนส์ได้ง่าย และมีดีไซน์แบบสองชั้นดูพรีเมี่ยมและสะดุดตา vivo X70 5G จะมี 3 เลนส์ และ vivo X70 Pro 5G จะมี 4 เลนส์ ทั้งคู่เลือกใช้เลนส์ ZEISS T Coating และเซนเซอร์ Sony IMX766V พร้อมไฟแฟลช 3 ตัวแบบ dual-tone flash เวลาวางเครื่องต้องระวังกระจกเป็นรอยกันหน่อยนะครับ เพราะนูนออกมาและมีขนาดใหญ่ สำหรับ vivo X70 Pro 5G มีความบางเพียง 7.99 มม. และมีน้ำหนักเพียง 183 กรัม เท่านั้น

vivo X70 Pro 5G ขอบตัวเครื่องเป็นวัสดุโลหะด้าน ด้านบนออกแบบเป็นแผ่นกระจกพร้อมสโลแกน “Professional Photography” มาพร้อมพอร์ท Infrared (ทำให้สามารถใช้งานสมาร์ตโฟนเป็นรีโมท สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้ครับ) และไมค์ตัดเสียงรบกวน สำหรับด้านล่างมีช่องใส่ซิม, ไมโครโฟน, พอร์ท USB Type-C และลำโพง ด้านขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power ส่วนด้านซ้ายจะเรียบๆ ส่วนในรุ่น vivo X70 5G จะเป็นพลาสติกเงาครับ

หน้าจอและอินเตอร์เฟสบน Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch 12
vivo X70 Pro 5G ทำงานบน Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch 12 บนสเปค MediaTek Dimensity 1200 5G, RAM 12GB + 4GB (Virtual RAM), ROM 256GB (UFS 3.1) จากการทดสอบหน้าตา UI สวยงาม ดูสะอาดกว่าเดิม ปรับแต่งได้เยอะ ความเร็วและความลื่นไหลยอดเยี่ยม มาพร้อมระบบอัจฉริยะ Jovi Home และ Google Smart Launcher รองรับฟีเจอร์ Always-On Display รวมทั้งสามารถปรับแต่ง Effect ต่างๆ ในเครื่องได้อย่างมากมาย

หน้าจอปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างละเอียด (สามารถปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง) รองรับสูงสุด Refresh Rate 120Hz ช่วยให้การแสดงผลลื่นไหลเนียนตามากๆครับ

Always-On Display มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ และสามารถกำหนดการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ

วีโว่เป็นแบรนด์ที่สามารถปรับแต่ง Effect ได้อย่างละเอียดมาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ มาถึงวันนี้ก็ยังเป็น UI ที่ซนมากๆเหมือนเดิม สามารถปรับแต่งได้ทุกๆรายละเอียดเลย

ในส่วน Recent App ออกแบบใหม่ แสดงผลได้ 2 รูปแบบ ผมว่าสะดวกและสวยงามดีนะครับ

Multi Windows ฟีเจอร์เปิดใช้งานแอปพลิเคชั่นพร้อมกัน 2 หน้าจอ สลับหน้าจอได้อย่างลื่นไหล และรองรับการบันทึกคู่หน้าจอที่เราใช้เป็นประจำเอาไว้ได้ (โดยจะแสดงผลเป็นไอค่อนบนหน้าจอร่วมกับแอปพลิเคชั่น)

vivo X70 5G และ vivo X70 Pro 5G จะมาพร้อม Infrared ทำให้สามารถใช้งานสมาร์ตโฟนเป็นรีโมท สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้ครับ ใช้งานง่าย จะมีให้เลือกจับคู่อย่างหลากหลายเลย

รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ รองรับสูงสุด 5 ลายนิ้วมือ และรองรับแสกนใบหน้า ความเร็วและความแม่นยำทำได้ดีมากครับ

ฟีเจอร์ Ultra Game Mode และมีโหมด E-Sport ปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น และช่วยป้องกันสิ่งรบกวนต่างๆ เวลาเล่นเกม นอกจากนี้ทางวีโว่ยังจัดเต็มในเรื่องของเสียง รองรับระบบเสียง Hi-Res audio และระบบเสียงรอบทิศทางเมื่อใช้งานผ่านหูฟัง สำหรับรุ่นนี้ vivo X70 Pro 5G มาพร้อมหน้าจอโค้ง Ultra O Screen ชนิดจอ LTPS AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2376 pixels (398 ppi), Refresh Rate 120Hz, HDR10+, ความสว่างสูงสุด 1,300 nit เป็นหน้าจอที่สวยงามมากๆครับ แสดงผลลื่นไหลเนียนตา และตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างยอดเยี่ยม หน้าจอทัชได้ติดนิ้วดีมาก และมาพร้อมสเปค MediaTek Dimensity 1200 5G, RAM 12GB + 4GB (Virtual RAM), ROM 256GB (UFS 3.1) ที่แรงมากนะครับ คะแนนทดสอบ AnTuTu Benchmark ทำไปได้ 598,321 คะแนน เลยทีเดียว

ทดสอบด้วยเกม ROV ปรับภาพได้สุด และรองรับเฟรมเรทสูง ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ 59 – 60FPS จนจบเกม และทดสอบด้วยเกม MOBA สุดฮิตในตอนนี้อย่าง Pokémon UNITE ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ 59FPS นิ่งๆเลยครับ จบท้ายด้วยเกมที่ผมเล่นแสนจะกาก5555 อย่างเกม PUBG สามารถปรับภาพได้ระดับ HDR HD และเฟรมเรทระดับ Ultra เลยครับ ซึ่งเกมนี้จะรองรับระบบสั่น 4 มิติ Linear Motor ช่วยให้การเล่นเกมสมจริง และสนุกมากยิ่งขึ้น

สัมผัสคุณภาพการถ่ายรูประดับมืออาชีพกับเลนส์ ZEISS T Coating และชิปประมวลผลภาพ V1 ISP พร้อมระบบกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0
vivo X70 5G มาพร้อมกล้องหน้า Ultra O Screen ความละเอียด 32MP F2.5, 26 มม. (wide) และบันทึกวีดีโอความละเอียด 1080P 30FPS ส่วนกล้องหลัง 3 เลนส์ ZEISS T Coating ความละเอียด
40MP F1.9, (wide), PDAF เซนเซอร์ Sony IMX766V
12MP F2.0, 50 มม. (telephoto), PDAF, 2x optical zoom
12MP F2.2, 16 มม., 116 องศา (ultrawide)
บันทึกวีดีโอความละเอียด 4K 30/60FPS, 1080P 30/60FPS, gyro-EIS, HDR10+, Slow Motion 1080P 120/240FPS, รองรับระบบกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0, VIS 5-Axis Ultra Stable

ส่วนในรุ่นท๊อปที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย vivo X70 Pro 5G มาพร้อมกล้องหน้า Ultra O Screen ความละเอียด 32MP F2.5, 26 มม. (wide) บันทึกวีดีโอความละเอียด 1080P 30FPS และกล้องหลัง 4 เลนส์ ZEISS T Coating และชิปประมวลผลภาพ V1 ISP ความละเอียด
50MP F1.8, (wide), PDAF, Laser AF, OIS เซนเซอร์ Sony IMX766V
8MP F3.4, 125 มม. (periscope telephoto), PDAF, OIS, 5x optical zoom, PDAF
12MP F2.0, 50 มม. (telephoto), PDAF, 2x optical zoom
12MP F2.2, 16 มม., 116 องศา (ultrawide)
บันทึกวีดีโอความละเอียด 4K 30/60FPS, 1080P 30/60FPS, gyro-EIS, HDR10+, Slow Motion 1080P 120/240FPS, รองรับระบบกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0, VIS 5-Axis Ultra Stable

เป็นครั้งที่สองแล้วนะครับที่ vivo จับมือร่วมกัน Co-Engineered ร่วมกับแบรนด์เลนส์ชื่อดังอย่าง ZEISS ที่น่าปประทับใจมากๆก็คือ เป็นความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งเลยครับ เพราะคุณภาพที่ได้ดีมากๆเลย และในครั้งนี้ทางวีโว่ได้เลือกใช้งานเลนส์ ZEISS T Coating ซึ่งมีจุดเด่นในการถ่ายภาพกลางคืนลดการเกิด Ghosting และ Stray Light ในเวลากลางคืน

รวมทั้งในรุ่นท๊อปอย่าง vivo X70 Pro 5G ยังมาพร้อมชิปประมวลผลภาพ V1 ISP ที่ทางวีโว่พัฒนาขึ้นมาเองเป็นครั้งแรก มีโหมดถ่ายภาพบุคคลที่น่าสนใจด้วยเลนส์คลาสสิกของ ZEISS ไม่ว่าจะเป็น Distagon, Planar, Sonnar และ Biotar และฟิลเตอร์ต่างๆอีกเพียบ นอกจากนี้ยังมาพร้อมเลนส์ Periscope Telephoto ช่วยให้สามารถถ่ายภาพซูม Optical ได้สูงสุด 5x และ Digital Zoom ได้สูงสุด 60x ที่หลายๆคนคิดถึง ก็ใส่กลับเข้ามาในรุ่นนี้ด้วยนะครับ (หลังจากที่รุ่นก่อนหน้านี้ vivo X60 Pro 5G เอาออกไป)

รวมทั้งยังมีระบบกันสั่นที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม Gimbal Stabilization 3.0 ซึ่งรองรับกันสั่นทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ ซึ่งในครั้งนี้เรียกว่ากันสั่นได้ไม่ธรรมดา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังใช้งานผ่านอุปกรณ์ Gimbal จริงๆเลย โดยจะรองรับกันสั่น 2 ระดับ แบบมาตรฐาน และแบบพิเศษ ทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจมากๆครับ แถมในส่วนของวิดีโอยังมี Pro Cinematic Mode อุดมด้วยฟีเจอร์มากมาย ทั้งโบเก้ที่ปรับได้ตั้งแต่ F1.0 – F16, ปรับบิวตี้โหมดในการถ่ายวิดีโอ และฟิลเตอร์ให้เลือกใช้ถึง 9 แบบ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สนุกๆมากมายทั้ง Panorama Night, Super Moon เป็นต้น